คล็อปป์ ผงาดกวาดโค้ชชายยอดเยี่ยมฟีฟ่าสองปีซ้อน

คล็อปป์

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันของแชมป์เก่าพรีเมียร์ลีกอย่างลิเวอร์พูล ประกาศศักดาด้วยการคว้ารางวัลโค้ชชายยอดเยี่ยมแห่งปีของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ไปครองด้วยคะแนนโหวตเหนือยอดกุนซืออย่างมาร์เซโล บิเอลซ่าของทีมร่วมลีกอย่างลีดส์ ยูไนเต็ด  และฮันส์-ดีเตอร์ ฟลิค 

ซึ่งนับเป็นการกวาดรางวัลอันทรงเกียรตินี้เป็นปีที่สองติดต่อกันของ คล็อปป์ อีกด้วย

คล็อปป์

คล็อปป์ฟันรางวัลนี้ประจำปี 2020 จากผลงานการปลดแอกลิเวอร์พูลกลับมาผงาดฟาดแชมป์พรีเมียร์ลีกได้เป็นสมัยแรกของประวัติศาสตร์สโมสร รวมทั้งยังเป็นแชมป์ลีกสูงสุดของเมืองผู้ดีเป็นหนแรกหลังจากที่เหล่าสาวกเดอะค็อปทั่วโลกรอคอยกันมานานร่วม 30 ปีเลยทีเดียว  รวมทั้งยังทำแต้มได้เป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของหงส์แดงในเวทีพรีเมียร์ลีกอีกด้วยจากการโกยไปทั้งหมด 99 แต้ม

จากผลงานที่เหนือคำบรรยายของคล็อปป์ทำให้ได้รับคะแนนโหวตไปอย่างท่วมท้นเหนือจอมวางหมากขรัวเฒ่าชาวอาร์เจนไตน์อย่างบิเอลซ่าที่พาลีดส์ ยูไนเต็ดคว้าแชมป์เดอะแชมเปี้ยนชิพของอังกฤษเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา รวมไปถึงคล็อปป์ยังปาดหน้าฟลิคที่ทำผลงานได้สุดยอดไม่แพ้กันจากการนำบาเยิร์น มิวนิคกวาดทริปเปิ้ลแชมป์ไปครองเมื่อซีซั่นที่ผ่านมาไล่ไปตั้งแต่ถาดแชมป์บุนเดสลีกา,  แชมป์เดเอฟเบ โพคาล  และแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกส์

คล็อปป์

สำหรับรางวัลนี้ชี้ขาดจากผลการโหวตของบรรดานักข่าว,  โค้ชทีมชาติและกัปตันทีม  โดยเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาคล็อปป์ก็คว้ารางวัลนี้ไปครองเป็นสมัยแรกจากการนำลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในซีซั่น 2018 – 2019 ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งผลงานระดับมาสเตอร์สพีคของคล็อปป์กับการนำหงส์แดงชูถ้วยใบใหญ่สุดของยุโรปได้เป็นสมัยที่ 6 และเป็นทีมที่ซิวถ้วยใบนี้ได้มากที่สุดในบรรดาทีมร่วมเกาะอังกฤษด้วยกันอีกด้วย

คล็อปป์

แม้ในฤดูกาลนี้ลิเวอร์พูลต้องเผชิญกับอุปสรรคในการป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2020 – 2021 มากมาย  โดยเฉพาะปัญหานักเตะเจ็บที่บัญชียาวเป็นหางว่าว  แต่คล็อปป์ก็แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างสุดยอด  โดยตอนนี้คล็อปป์สามารถนำลิเวอร์พูลรั้งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกเดี่ยว ๆ ที่ 28 คะแนนจาก 13 นัด  หลังจากคล็อปป์เพิ่งนำหงส์แดงเปิดรังดับซ่าสเปอร์สภายใต้การกุมบังเหียนของอีกหนึ่งบรมกุนซืออย่างโชเซ่ มูรินโญ่ไปได้สำเร็จ 2-1 จากการโขกประตูชัยของดาวยิงทีมชาติบราซิลอย่างโรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ในช่วงท้ายเกม  ทำให้คล็อปป์พาลิเวอร์พูลทำแต้มฉีกหนีสเปอร์สออกไป 3 คะแนนแล้ว

ข่าวฟุตบอลทั่วไป  กีฬาบอลเอซี มิลาน Edit

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมทุ่ม 35 ล้านปอนด์ คว้า รูเบน เนเวส คุมแดนกลาง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เมื่อไม่นานนี้ ได้มีรายงานจาก สื่อชื่อก้องในประเทศอังกฤษ ว่า “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมทุ่มเงินกว่า 1,400 ล้านบาท เพื่อคว้าตัว รูเบน เนเวส กองกลางเพื่อนซี้ของ บรูโน แฟร์นันเดซ มาคุมแดนกลาง ในซีซั่นหน้า

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมจ่าย 1,400 ล้านบาท เพื่อคว้า รูเบน เนเวส มาร่วมทัพ 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ในขณะนี้ ได้มีรายงานจาก สื่อชั้นนำในเมืองแมนเชสเตอร์ Manchester Evening News ว่า ในตอนนี้ “ปีศาจแดง”แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้กำลังให้ความสนใจในตัวของ รูเบน เนเวส มิดฟิลด์ตัวรับของ

วูล์ฟแฮมตัน วันเดอร์เรอร์ส และพร้อมที่จะจ่ายเงินกว่า 35 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1,400 ล้านบาท เพื่อคว้าตัวแข้งรายนี้มาร่วมก๊วน ในซีซั่นหน้า

สำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในตอนนี้พวกเขากำลังมองหน้านักเตะในตำแหน่ง มิดฟิลด์ตัวรับ มาร่วมทีม เพื่อแทนที่ของ เนมานยา มาติช ที่กำลังโรยราย และจะโบกมือลาสโมสรไปในช่วงสิ้นสุดฤดูกาลนี้ 

โดยสำหรับ รูเบน เนเวส เขาก็เป็น 1 ในเป้าหมายที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้ความสนใจมานานแล้ว

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

โดยในช่วงซีซั่นก่อนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เคยได้ยื่นข้อเสนอจำนวน 30 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1,200 ล้านบาท ให้กับ วูล์ฟแฮมตัน วันเดอร์เรอร์ส พิจารณาแต่ก็ถูกปฎิเสธไป ทำให้พวกเขาต้องล้มเลิกความพยายามไปในที่สุด 

และล่าสุดทางด้าน Manchester Evening News ก็ได้ออกมาตีข่าวว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้หันมาให้ความสนใจในตัวของ รูเบน เนเวส อีกครั้ง เพราะทาง โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ มองว่าในตอนนี้ สถานการณ์การค้าแข้งของเขากับ ทัพ “หมาป่าสีส้ม” ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เพราะในช่วงหลัง ๆ เขามักจะถูกจับเป็นตัวสำรองอยู่บ่อย ๆ 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

อีกทั้ง Manchester Evening News ยังได้รายงานต่ออีกว่า โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ยังได้ส่ง บรูโน แฟร์นันเดซ เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่งของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปโน้มน้าวใจของเขาอีกด้วยทั้งนี้ Manchester Evening  News เผยว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เตรียมเงินจำนวน 35 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1,400 ล้านบาท เพื่อจ่ายค่าฉีกสัญญาของ รูเบน เนเวส ไว้แล้วเป็นที่เรียบร้อย เหลือเพียงให้นักเตะตอบว่าจะย้ายหรือไม่

ข่าวฟุตบอลทั่วไป  กีฬาบอลเอซี มิลาน Edit

ทีมจิ้งจอก เลสเตอร์บุกไปงาบสเปอร์สคาเล้าไก่ 2-0แซงไปเป็นรองจ่าฝูง

ทีมจิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้ ลงสนามทำศึกซุปเปอร์ซันเดย์ในฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม 2020 ที่ผ่านมา ด้วยการออกไปเยือนทีมไก่เดือยทอง ทอตแน่ม ฮอตสเปอร์ ที่ สนามทอตแน่ม ฮอตสเปอร์ สเตเดียม โดยนัดนี้เลสเตอร์ ซิตี้ออกไปคว้าชัยกลับมาได้แบบสุดมัน 

จิ้งจอก เลสเตอร์ บุกไปไล่งับสเปอร์สดับคาเล้าไก่ แซงไปเป็นรองจ่าฝูงสำเร็จ

เลสเตอร์

ทีมเลสเตอร์ ซิตี้ นำโดยกุนซือ เบรนแดน รอดเจอร์ส ทำการบ้านวางแผนมาอย่างดี จัดทีมระบบ 4-2-3-1  ทิ้ง เจมี่ วาร์ดี้ ไว้แดนหน้าเพื่อเล่นเกมสวนกลับตามที่ถนัด โดยมี 3 ประสาน ฮาร์วี่ย์ บาร์นส, มาร์ค อัลไบรท์ตันและเจมส์ แมดดิสันช่วยเปิดบอลให้   ส่วนทีมเจ้าถิ่น สเปอร์ส์ของกุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่เพิ่งแพ้ทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล มาในนัดกลางสัปดาห์ทำให้หล่นจ่าฝูงไป

นัดนี้หวังจะแก้ตัวด้วยการจัดทีมแบบจัดเต็ม นำโดยแฮร์รี่ เคนและซน ฮึง-มิน 2 คู่หูนรกแตกเช่นเคย หวังจะกระทุ้งประตูทีมเยือนให้ได้  แต่ทว่ากลับทำอะไรทีมเลสเตอร์ไม่ได้

เลสเตอร์

แถมโดนสวนกลับมาเป็นระยะ ๆ ก่อนจะจบครึ่งแรกในช่วงทดเวลา VAR ให้จุดโทษกับทีมเลสเตอร์ เมื่อแซร์ก โอริเยร์ ทำทะเล่อทะล่าเข้าไปชน โฟฟาน่า ล้มลงไป เคร็ก พอว์สัน ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษตามที่เช็คกับ VAR  

เจมี่ วาร์ดี้ สังหารให้ทีมเลสเตอร์ ออกนำไปก่อน 1-0  ครึ่งหลัง

มูรินโญ่แก้เกมด้วยการส่งเกเรธ เบล ลงมาแต่ก็เกมยังไม่ดีขึ้น แถมมาเสียประตูที่ 2 ในนาทีที่ 59 จากมาร์ค อัลไบรท์ตัน เปิดบอลเข้ากลางและบอลไปชน โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ กองหลังทีมไก่เข้าประตูตัวเอง กลายเป็นทีมเลสเตอร์นำไป 2-0  จากนั้นทีมไก่พยายามบุกหนักแต่ไม่เป็นผลแถมเกือบจะโดนประตูที่ 3 เพิ่มอีกในหลายจังหวะ หมดเวลาการแข่งขัน

สเปอร์สแพ้ไปคาเล้าไก่ของตนเอง 2-0 ทำให้แพ้ 2 นัดติดร่วงไปอยู่ที่ 5 แล้วหลังจากสัปดาห์ก่อนยังเป็นทีมนำจ่าฝูงอยู่เลย

เลสเตอร์

จากการที่ทีมจิ้งจอก เลสเตอร์บุกไปงาบสเปอร์ส คาเล้าไก่ได้สำเร็จ ทำให้แซงไปเป็นรองจ่าฝูงโดยมี 27 คะแนนจาก 14 เกม ตามหลังทีมหงส์แดง 4 แต้ม

ข่าวฟุตบอลทั่วไป  กีฬาบอลเอซี มิลาน Edit

บอลเปลี่ยนโค้ช เตอร์ซิชประเดิมคุมสวย แต่ ดอร์ทมุนด์ ต้องดูยาวๆ

ดอร์ทมุนด์

พลังแฝงของบอลเปลี่ยนโค้ชยังใช้ได้เสมอ เมื่อ ดอร์ทมุนด์ ของโค้ชใหญ่คนใหม่ เอดิน เตอร์ซิช จัดการคว้าชัยนัดแรก หลังแพ้มา 3 เกมติดด้วยการบุกไปเฉือนชนะแวร์เดอร์ เบรเมน 2-1

ดอร์ทมุนด์ ยังไม่ฟื้น แค่ลุกขึ้นยืนได้ชั่วคราว

ดอร์ทมุนด์

ด้วยผลงานที่ดร็อปลงอย่างหนัก แพ้ต่อเนื่องถึง 3 เกมติดในศึกบุนเดสลีกา ก่อนที่จะเจอเกมที่ไม่อยากจดจำเพราะโดนม้าขาว สตุ๊ดการ์ท ถล่มเละไป 5-1 จนลูเซียง ฟาร์ฟ อดีตเฮดโค้ชต้องชะตาขาด โดนบีบลงจากเก้าอี้

เสือเหลืองดอร์ทมุนด์ จัดการเสี่ยงดวงด้วยการดันเตอร์ซิช มือขวาชาวโครเอเชียของฟาร์ฟขึ้นมาทำหน้าที่แทนจนจบฤดูกาลนี้ ทำให้กุนซือวัย 38 ปีได้รับโอกาสที่ยิ่งใหญ่และท้าทายที่สุดในชีวิตทันที

สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับเตอร์ซิชคือเขาเป็นคนที่ผ่านการเล่นฟุตบอลอาชีพแค่ระดับดิวิชั่น 4 เยอรมันรวมกันแค่ไม่ถึง 100 นัด ในระหว่างปี 2006-2010 จากนั้นก็เริ่มต้นทำงานเบื้องหลัง ด้วยการเป็นแมวมองผู้เล่นในระดับเยาวชนให้กับดอร์ทมุนด์ ในช่วงที่คล็อปป์คุมทีมเสือเหลือง ระหว่างปี 2010-2013 ด้วยเหตุว่าเขามีพี่ชายเป็นสเก้าท์ให้กับทีมอยู่ก่อนแล้ว

กุนซือคนแรกและคนเดียวตลอดช่วงเรียนรู้การทำงานบริหารจัดการทีมของเตอร์ซิชก่อนมาอยู่กับฟาร์ฟ คือสลาเวน บิลิช เมื่อได้รับคัดเลือกมาทำงานเป็นผู้วิเคราะห์ข้อมูลก่อนเกมให้ทีมชาติโครเอเชีย ในยูโร 2012 ก่อนที่บิลิชจะชวนไปอยู่โลโคโมทีฟ มอสโคว์ ตามด้วยเบซิคตัสและที่เวสต์แฮมต่อ พอจบการเรียนหลักสูตรยูฟ่า โปร ไลเซ่น เตอร์ซิชได้กลับมาที่ดอร์ทมุนด์ อีกครั้งในฐานะผู้ช่วยโค้ชของลูเซียง ฟาร์ฟ และมีโอกาสคุมทีมข้างสนาม 1 เกมในตอนที่ฟาร์ฟป่วย

ดอร์ทมุนด์

การที่เตอร์ซิชมีความใกล้ชิดกับสโมสรดอร์ทมุนด์ มาตั้งแต่ 10 กว่าปีที่แล้ว ทำให้เขาซึมซับเอาความคิดและแนวทางของดอร์ทมุนด์ มาเป็นอย่างดี การที่เขาเลือกใช้การเล่นเกมรุกซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของทีมเสือเหลืองต่อไป มันจึงไม่ใช่การฝืนแนวทางโดยธรรมชาติ แต่มันเป็นแค่นัดแรกที่เริ่มต้นได้ดีเท่านั้น

วันต่อไปของ ดอร์ทมุนด์ ขุมกำลังวันเดอร์คิดส์ล้นทีม

ไม่ใช่แค่โค้ชใหญ่ที่เป็นมือใหม่เท่านั้น แต่นักเตะในทีมก็มีจำนวนไม่น้อยที่เพิ่งเริ่มต้นเส้นทางค้าแข้ง เนื่องจากนักเตะของเสือเหลืองยามนี้มีพวกดาวรุ่งเต็มไปหมด ด้วยแนวคิดในการปั้นเด็กดาวรุ่งสู่ตลาดซื้อขายนักเตะ ซึ่งเป็นแนวทางของสโมสรมาเกือบ 10 ปีแล้ว

ดอร์ทมุนด์

ในขณะที่ผู้เล่นแกนหลักของทีมในแต่ละแดนประกอบด้วย กัปตันทีม มาร์โก รอยซ์ ในการขึ้นเกมรุก, เอเซล วิทเซล ในการครองพื้นที่กลางสนาม มีแม็ต ฮุมเมลส์ คุมแนวรับ และโรมัน เบอร์กิ เฝ้าเสา ผู้เล่นที่เหลือแทบจะเป็นเด็กหนุ่มกระทง 16-20 ปีทั้งนั้นที่จะวิ่งวนไปรอบๆ
ต้องบอกว่าดอร์ทมุนด์ มีความเสี่ยงในการเล่นให้ได้ผลลัพธ์ที่สม่ำเสมอแน่ เพราะไม่รู้ว่าเหล่าแข้งน้อยประสบการณ์จะหลุดฟอร์มหรืออยู่ในสภาพแกว่งเมื่อไหร่ ถ้าเตอร์ซิชผนึกกำลังกับกลุ่มแข้งอายุเยอะในการดูลเด็กๆ ได้ไม่ดีพอ บางทีโอกาสที่จะลุ้นติดระดับบนของตารางปีนี้น่าจะยากไม่น้อยเลย.

ข่าวฟุตบอลทั่วไป  กีฬาบอลเอซี มิลาน Edit

พรีเมียร์ลีก อังกฤษฤดูกาล 2020-2021 ที่หลายทีมมีโอกาสได้เป็นแชมป์

พรีเมียร์ลีก

สำหรับแฟนบอลที่ชื่นชอบในการชมรายการแข่งขันฟุตบอลต่างประเทศ รายการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก อังกฤษถือเป็นหนึ่งรายการที่สำคัญในหมู่ 5 รายการแข่งขันฟุตบอลใหญ่ในประเทศยุโรป ซึ่งประกอบไปด้วยพรีเมียร์ลีกอังกฤษ บุนเดสลีกาลีกเยอรมัน ลาลีกาลีกสเปน กัลโช่เซเรียอาลีกอิตาลี

และลีกเอิงฝรั่งเศส แม้ว่าในระดับทีมชาติแล้ว ทีมชาติอังกฤษจะไม่ถือเป็นทีมที่เก่งกาจมากที่สุดในรายการแข่งขันฟุตบอลโลก แต่หากพูดถึงรายการแข่งขันฟุตบอลระดับอาชีพแล้ว พรีเมียร์ลีกอังกฤษถือเป็นหนึ่งรายการที่สำคัญซึ่งเรียกได้ว่าแทบจะเป็นอันดับ 1 ในใจแฟนบอลเลยทีเดียว

สถิติแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษกับทีมที่มีโอกาสได้แชมป์ในฤดูกาลปัจจุบัน

รายการแข่งขันพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 1992 หรือ 28 ปี ที่ผ่านมา โดยแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษที่มีสถิติครองแชมป์มากที่สุดที่ผ่านมานั่นก็คือทีมผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ครองแชมป์มากไปถึง 15 สมัย ตามด้วยทีมสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ที่ครองไปแล้ว 5 สมัย

พรีเมียร์ลีก

(นับเฉพาะที่มีการเปลี่ยนรายการแข่งขันจากดิวิชั่น 1 มาเป็นพรีเมียร์ลีก) ซึ่งหากดูประวัติแชมป์พรีเมียร์ลีก 5 ฤดูกาลย้อนหลัง จะพบว่าเป็นของทีมฟุตบอลเชลซีไปแล้ว 2 สมัย คือฤดูกาล 2014-2015 และฤดูกาล 2016-2017 เป็นของทีมเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2 สมัย ติดต่อกันในฤดูกาล 2017-2018 และฤดูกาล 2018-2019 โดยสมัยตรงกลางเป็นของทีมฟุตบอลจิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้ ที่พึ่งจะสร้างปาฏิหาริย์คว้าแชมป์ในฤดูกาล 2015-2016

พรีเมียร์ลีก

และฤดูกาลที่ผ่านมานั่นก็คือทีมฟุตบอลของ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ฤดูกาล 2019-2020 สำหรับพรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาล 2020-2021 ฤดูกาลปัจจุบันนั้นทำการแข่งขันกันไปแล้ว 12 นัด สำหรับผู้นำจ่าฝูงเรียกได้ว่าเปลี่ยนกันทุกสัปดาห์ต้องให้ลุ้นกันตลอดว่าสัปดาห์นี้ใครจะได้ขึ้นนำ ไม่เหมือนฤดูกาลที่แล้วที่ทีมลิเวอร์พูลนำโด่งตั้งแต่สัปดาห์แรกยันสัปดาห์สุดท้าย และสัปดาห์ปัจจุบันผู้นำจ่าฝูงคือ ไก่เดือยทอง สเปอร์ส และมาดูระยะห่างของคะแนนแต่ละทีมตั้งแต่อันดับ 1

พรีเมียร์ลีก

ไปจนติดอันดับ 10 มีระยะห่างอยู่แค่ 7 คะแนนเท่านั้น และหากมองที่ 5 อันดับแรกแล้วจะเห็นเลยว่าสัปดาห์ปัจจุบันอันดับที่ 5 เป็นของเชลซีมีอยู่ 22 คะแนน อันดับที่ 4 เป็นของเซาแธมป์ตันมี 23 คะแนน และอันดับ 3 เป็นของเลสเตอร์ ซิตี้ ที่ 24 คะแนน

ส่วนอันดับ 1 และอันดับ 2 เป็นของไก่เดือยทองและหงส์แดงซึ่งมี 25 คะแนนเท่ากัน เรียกได้ว่าหลายทีมมีโอกาสลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ แฟนบอลอย่าพลาดการติดตามในทุกสัปดาห์

ข่าวฟุตบอลทั่วไป  กีฬาบอลเอซี มิลาน Edit

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เตรียมคว้า เจสซี ลินการ์ด ร่วมงาน มูรินโญ อีกครั้ง

เจสซี ลินการ์ด

เมื่อไม่นานนี้ ได้มีรายงานจาก สื่อชั้นนำในเมือง แมนเชสเตอร์ ว่า ในตอนนี้ เจสซี ลินการ์ด เตรียมได้ร่วมงานกับ โชเซ มูรินโญ อีกครั้ง หลัง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สนใจคว้าตัวไปร่วมทีม ในเดือนมกราคมนี้

เจสซี ลินการ์ด เตรียมย้ายซบ “ไก่เดือยทอง” มกราคมนี้ 

เจสซี ลินการ์ด

ในขณะนี้ ได้มีรายงานจาก สื่อชั้นนำในเมืองแมนเชสเตอร์ อย่าง Manchester Evening News ว่า ในตอนนี้เจสซี ลินการ์ด เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติอังกฤษ ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เตรียมได้กลับไปร่วมงานกับ โชเซ มูรินโญ อีกครั้ง หลัง “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ให้ความสนใจคว้าตัวไปร่วมทัพ ในช่วงเดือนมกราคมนี้

สำหรับเจสซี ลินการ์ด ในช่วงซีซั่นนี้ เรียกได้ว่าเขาเป็นส่วนเกินของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบเต็มตัว เพราะตั้งแต่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แข่งมา 14 นัด เขาก็ยังไม่ได้รับโอกาสในการลงสนามจาก โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ นายใหญ่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แม้แต่วินาทีเดียว

เจสซี ลินการ์ด

ซึ่งจากสถานการณ์เช่นนี้ ทำให้เจสซี ลินการ์ด ต้องเริ่มมองหาโอกาสใหม่ ๆ ที่จะทำให้เขาได้รับโอกาสในการลงสนามมากขึ้น โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเจสซี ลินการ์ด

ก็ได้รับความสนใจจากสโมสรอื่น ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น เรอัล โซเซียดาด จาก ลาลีกา สเปน, อาแอส โรมา จาก กัลโช่ เซเรีย อา และ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด และ ฟูแล่ม จาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่กำลังสนใจคว้าตัวเขาไปร่วมทีม ในเดือนมกราคมนี้ 

เจสซี ลินการ์ด

แต่อย่างไรก็ตาม ล่าสุดทางด้าน Manchester Evening News สื่อชั้นนำในประเทศอังกฤษ ก็ได้ออกมาเปิดเผยว่า ในตอนนี้เจสซี ลินการ์ด เขากำลังจะได้กลับไปร่วมงานกับอดีตโค้ชขอฃ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่าง โชเซ มูรินโญ อีกครั้ง ในเดือนมกราคมนี้ 

เพราะในตอนนี้ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่ โชเซ มูรินโญ กุมบังเหียนอยู่ กำลังให้ความสนใจในตัวของเขา โดยพร้อมที่จะซื้อตัวเขาไปร่วมทัพ ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะ เดือนมกราคมนี้
ทั้งนี้เจสซี ลินการ์ด มีค่าตัวอยู่ที่ราว ๆ 20 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 800 ล้านบาท

ข่าวฟุตบอลทั่วไป  กีฬาบอลเอซี มิลาน Edit

ซลาตัน สั่งการ มิลานต้องฝันถึงสคูเด็ตโต้ได้แล้ว

ซลาตัน

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าตัวเก๋าของเอซี มิลาน ประกาศชัดว่าสโมสรต้องยอมรับความจริง และฝันถึงการคว้าแชมป์เซเรีย อาได้แล้ว หลังผลงานในฤดูกาลนี้มีแนวโน้มทำได้จริง

ประสบการณ์มีพอแล้ว ซลาตัน ขอกลับไปชูด้วยอีกครั้ง

ซลาตัน

หนึ่งทศวรรษเต็มที่เอซิ มิลาน ยังไม่เคยกลับไปยิ่งใหญ่บนแผ่นดินเมืองมะกะโรนี โดยหนหลังสุดที่ทีมคว้าสคูเด็ตโต้ หรือ แชมป์ลีกสูงสุดอิตาลีคือปี 2011 และเป็นตอนที่ซลาตันอิบราฮิโมวิช ทำไป 14 ประตู พาทีมคว้าแชมป์สมัยที่ 18 ให้กับสโมสรได้

หลังจากวิกฤติทางการเงินและการบริหารสโมสรที่ผิดพลาด ปีศาจแดงดำกลายเป็นทีมนอกสายตา แต่ตอนนี้ทีมกลับมาอยู่ในฟอร์มการเล่นที่ดีอีกครั้ง โดยที่กองหน้าวัย 39 ปีจัดไป 10 ลูกจาก 11 เกม พาทีมเป็นจ่าฝูงไร้พ่าย โดยมีอินเตอร์ มิลาน อริร่วมเมืองและยูเวนตุส แชมป์เก่าไล่กดดันมาติดๆ

“ทีมตอนนี้ต้องกล้าท้าทายการคว้าแชมป์ เราสามารถครองจ่าฝูงได้ยาวๆ ทีมมันต้องหิวกระหายชัยชนะและหวังจะคว้ามันมาให้ได้ เราต้องรู้สึกมากกว่านี้ซลาตันที่เพิ่งกลับมาซ้อมหลังบาดเจ็บกล้ามเนื้อย้ำในการให้สัมภาษณ์ระหว่างเตรียมตัวไปทำศึกกับเจนัว

ซลาตัน

ตั้งแต่ฤดูกาล 2013 เอซี มิลานนั้นไม่เคยเข้าป้ายอันดับ 1-4 ได้เลย และการที่ซลาตัน ย้ายกลับมาช่วยทีมนกลางฤดูกาลที่แล้ว บางอย่างก็เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด มิลานแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับผลงานการทำประตูที่เป็นเครื่องหมายการค้า ก่อนทีมจะพลาดตั๋วถ้วยใหญ่ยุโรป แต่ก็เพียงพอที่จะได้เล่นยูโรป้า ลีก แถมผ่านเข้ารอบไปในฐานะแชมป์กลุ่มด้วย

ซลาตันยืดอกรับความท้าทายใหม่

ซลาตัน

หลังจากที่ไปสร้างชื่อเสียงกับปารีส แซงต์-แชร์กแมง, แมนฯ ยูไนเต็ด และแอลเอ แกเล็คซี่ซลาตัน ซึ่งเคยเป็นดาวซัลโว เซเรีย อา สองสมัย ก็กลับมายังมิลานอีกครั้ง ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าการกลับมาครั้งนี้เป็นความท้าทายใหม่ แต่เขาก็ปรับตัวเข้ากับทีมอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งมีอิทธิพลต่อทีม ก่อนทำไป 10 ประตูในช่วงครึ่งฤดูกาลที่แล้ว ก่อนช่วยให้โค้ชปิโอลี่คว้าอันดับ 6 และอย่างที่เห็นว่าปีนี้ถ้าไม่เจออาการบาดเจ็บรบกวน เขาก็พร้อมลงช่วยยิงประตูอยู่เสมอ
“ผมหวังว่าจะทำให้ดี เพราะที่ผ่านมาใครก็ตามที่กลับมายังมิลานเป็นคำรบสอง ไม่เคยมีซักคนที่ทำได้ดีกว่าสมัยอยู่ในทีมหนแรก ดังนั้นนี่คือความท้าทายที่ยิ่งใหญ่มาก ผมบอกตัวเองเสมอซลาตัน เอ็งทำได้และเปลี่ยนแแปลงมันซะ”.

ข่าวฟุตบอลทั่วไป  กีฬาบอลเอซี มิลาน Edit

อาร์เซนอล พลาดเป้า เพราะ โซบอสซ์ไล แห่ง ซัลซ์บวร์ก เตรียมไปอยู่ที่มอื่น

ซัลซ์บวร์ก

เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก เป็นอีกหนึ่งทีมฟุตบอลยักษ์ใหญ่ในรายการแข่งขันฟุตบอลประเทศออสเตรีย ที่รู้จักกันดีในฐานะทีมฟุตบอลที่ให้กำเนิดนักเตะมากความสามารถและหลายทีมในพรีเมียร์ลีกอังกฤษหรือรายการแข่งขันอื่นในยุโรปต่างก็พากันดึงตัวนักเตะจากทีมนี้ไปร่วมที่มาแล้วไม่ว่าจะเป็น ทาคุมิ มินามิโนะ

ที่ย้ายไปอยู่กับทีมหงส์แดง เออร์ลิง เบราท์ ฮาแลนด์ ก็เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่เคยไปสะสมประสบการณ์จากทีมเร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ด้วยเช่นกันจากนั้นถึงมาดังสุด ๆ ที่ ดอร์ทมุนด์ และอีกหนึ่งนักเตะคนสำคัญที่กำลังเป็นเป้าของทีมปืนใหญ่นั่นก็คือ โดมินิค โซบอสซ์ไล 

นักเตะ ซัลซ์บวร์ก จะเลือกไปที่อื่นที่ไม่ใช่ ปืนใหญ่

ซัลซ์บวร์ก

โดย โดมินิค โซบอสซ์ไล ถือเป็นอีกหนึ่งนักเตะจากซัลซ์บวร์กที่มีข่าวว่าทีมฟุตบอลอย่างปืนใหญ่ อาร์เซนอล ให้ความสนใจจะดึงตัวเขาไปร่วมทีมให้ได้ในช่วงปีหน้า เนื่องจากสถานการณ์ของปืนใหญ่ในตอนนี้เท่าที่แฟนบอลเห็นมักจะมีแต่การโจมตีฝ่ายตรงข้ามด้วยการโยนลูกเข้ากรอบประตูจากฝั่งปีกซ้ายและขวาเท่านั้น

ซัลซ์บวร์ก

การบุกทะลวงจากตรงกลางแทบเรียกว่าไม่มีให้เห็นในปืนใหญ่ยุคปัจจุบันเลย และนี่ก็อาจจะเป็นเหตุผลสำคัญที่พวกเขาต้องการซื้อตัวผู้เล่นจากซัลซ์บวร์กมาช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาดไปของพวกเขาได้ ซึ่งก็ไม่ใช่ทีมปืนใหญ่ทีมเดียวเท่านั้นที่สนใจนักเตะคนนี้จากซัลซ์บวร์ก เพราะตามข่าวบอกมาว่ามีทีมฟุตบอลชื่อดังอย่าง เอซีมิลาน และไลป์ซิก

ซัลซ์บวร์ก

ที่ตั้งเป้าหมายเป็นกองกลางชื่อดังคนนี้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ล่าสุดก็ดูเหมือนว่า ทีมปืนใหญ่ และเอซีมิลานน่าจะพากันอกหักกันทั่วหน้าแล้ว เพราะแม้มีข่าวพวกเขาได้ทำการติดต่อทาบทามกับทีมซัลซ์บวร์กไปแล้ว แต่กลับมีข่าวใหม่ออกมาว่าตัวนักเตะเองนั้นได้ทำการตกลงที่จะย้ายไปอยู่กับทีมแอร์เบ ไลซิก เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในช่วงตลาดนักเตะเปิดรอบ 2 ในเดือนมกราคมที่จะถึงนี้ ทำเอาแฟนบอลของอีก 2 ทีมที่พลาดหวังต้องเสียใจไปตามๆกัน
ข่าวฟุตบอลทั่วไป  กีฬาบอลเอซี มิลาน Edit

อาร์เซนอล เตรียมดึง เมซุต โอซิล คืนทัพ แก้วิกฤตเกมรุก

เมซุต โอซิล

เมื่อไม่นานมานี้ สื่อกีฬาชั้นนำในประเทศอังกฤษ ได้ออกมาเปิดเผยว่า มิเกล อาร์เตต้า กุนซือของ “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ยอดสโมสรในลีกเมืองผู้ดี กำลังเตรียมแผนจะดึงตัว เมซุต โอซิล กลับมาสู่ทีมอีกครั้ง เพื่อแก้ปัญหาในเกมรุกตอนนี้

“เดอะ กันเนอร์ส” ผุดแผนดึง เมซุต โอซิล กลับมาบัญชาเกมรุกอีกครั้ง 

เมซุต โอซิล

ในขณะนี้ ได้มีรายงานจาก สื่อชั้นนำในประเทศอังกฤษ อย่าง Sky Sports ว่า ในตอนนี้ มิเกล อาร์เตต้า นายใหญ่ชาวสแปนิชของ “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซนอล สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังมีแผนการที่จะดึงตัวเมซุต โอซิล เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่งของทีม กลับมาลงสนามในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

และบอลถ้วยอื่น ๆ อีกครั้ง

หลังจากในตอนนี้ทีมต้องเผชิญกับปัญหาในเรื่องของเกมรุก

สำหรับเมซุต โอซิล เพลย์เมกเกอร์วัย 30 ปี ในตอนนี้ เขาได้ถูก อาร์เซนอล ต้นสังกัดของเขา ไม่ส่งชื่อลงเล่นฟุตบอลบอลในทุกรายการในซีซั่นนี้ โดยทาง อาร์เซนอล ได้ให้เหตุผลว่า มันเป็นเรื่องของแท็กติกที่ มิเกล อาร์เตต้า ไม่ส่งชื่อเขาลงเล่นฟุตบอลในซีซั่นนี้

แต่อย่างไรก็ตาม สื่อต่าง ๆ ก็ได้พากันคาดการณ์ว่า ที่จริงแล้ว

เมซุต โอซิล

มันไม่ใช่เรื่องของแท็กติก แต่ทางเมซุต โอซิล ได้ถูกกลุ่มทุนจีน ที่เข้ามาถือหุ้นของสโมสร อาร์เซนอล สั่งแบนไม่ให้เขาลงเล่น เพราะก่อนหน้านี้ ทางเมซุต โอซิล ได้ไปวิจารณ์รัฐบาลจีน เรื่องที่ทาง จีน ปฎิบัติต่อชนกลุ่มน้อยอุยกูร์แบบไม่มีมนุษยธรรม ทำให้ในตอนนั้นทาง ประเทศจีน

ได้ระงับการถ่ายทอดของ อาร์เซนอล ทันที จนทำให้เขาถูก อาร์เซนอล แบนไม่ให้ลงสนามมาถึงวันนี้ 

เมซุต โอซิล

แต่ล่าสุดที่ผ่านมา Sky Sports ก็ได้ออกมาตีข่าวว่า ในตอนนี้ มิเกล อาร์เตต้า นายใหญ่ของ อาร์เซนอล มีความต้องการที่จะดึงตัวเมซุต โอซิล กลับมาเล่นในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกครั้ง เพราะในตอนนี้สถานการณ์ของ อาร์เซนอล ถือว่าอยู่ในช่วงที่วิกฤตสุด ๆ ทั้งนี้ เมื่อไม่นานมานี้ ก็ได้มีข่าวว่าเมซุต โอซิล อาจจะย้ายออกจาก อาร์เซนอล ในช่วงเดือนมกราคมนี้

ข่าวฟุตบอลทั่วไป  กีฬาบอลเอซี มิลาน Edit

ศึกแมนเชสเตอร์ดาร์บี้ ผีแดงกอดคอเรือใบ เสมอกันสมานเกลอ 0-0

ศึกแมนเชสเตอร์ดาร์บี้

ศึกแมนเชสเตอร์ดาร์บี้ ของฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อค่ำคืนวันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม 2020 ที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่าง 2 ทีมใหญ่แห่งเมืองแมนเชสเตอร์ ทีมผีแดงแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เปิดสนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต้อนรับทีมคู่อริร่วมเมืองอย่าง ทีมเรือใบสีฟ้าแมนเชสเตอร์ ซิตี้นัดนี้ถือเป็นการเล่นเพื่อ Save Ole  เนื่องจากโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่เพิ่งจะพาทีมตกรอบศึกฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา 

หากนัดนี้แพ้ใน ศึกแมนเชสเตอร์ดาร์บี้ แบบคาบ้าน สงสัยโซลชาร์ ชะตาขาดโดนไล่ออกจากตำแหน่งเป็นแน่

ศึกแมนเชสเตอร์ดาร์บี้

นัดนี้จึงจัดทีมแบบ  4-1-2-1-2  โดยให้มาร์คัส แรชฟอร์ด และเมสัน กรีนวู้ด ยืนเป็นกองหน้าคู่เพื่อสู้กับทีมเรือใบสีฟ้าแมนเชสเตอร์ซิตี้  ลูกทีมของกุนซือเป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ที่จัดตัวมาเล่นในระบบ 4-2-3-1 โดยให้ กาเบรียล เชซุส  ยืนกองหน้าตัวเดียว และมี 3 ประสานอย่างเควิน เดอ บรอยน์,ริยาด มาห์เรซ และราฮีม สเตอร์ลิ่ง ช่วยทำเกมเปิดบอลให้   

ศึกชิงความเป็นใหญ่ในเมืองแมนเชสเตอร์  จบแบบเสมอกันไป 0-0 

แม้ว่าทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะบุกมากกว่าโดยต้องการชัยชนะเพื่อรักษาตำแหน่งให้กับโซลชาร์ แต่ทว่าทำได้ไม่ดีพอที่จะผ่านกองหลังของทีมเรือใบสีฟ้า และเกมเกือบจะเป็นใจให้ทางทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อมาได้ลูกโทษที่จุดโทษในนาทีที่ 47 โดยมาร์คัส แรชฟอร์ด จับบอลลงก่อนโดน ไคล์ วอล์คเกอร์ สกัดล้มลงไปในเขตโทษ  คริส คาวานาฟ

ศึกแมนเชสเตอร์ดาร์บี้

ผู้ตัดสินเกมนี้เป่าให้เปนจุดโทษ แต่ทว่าเมื่อเช็ค VAR  แล้ว ผลคือ มาร์คัส แรชฟอร์ด ยืนล้ำหน้าไปก่อน ทำให้ทีมเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้  รอดตัวไปจากการเสียจุดโทษ  หลังจากนั้นทั้งสองทีมก็ผลัดกันสร้างโอกาสทำประตูกัน แต่ไม่สามารถทำประตูกันได้ จบเกม 90 นาที ศึกแมนเชสเตอร์ดาร์บี้ นัดแรกของฤดูกาลนี้  ทีมผีแดงกอดคอกับทีมเรือใบ เสมอกันแบบสมานเกลอกันไปแบบไร้ประตู 0-0 

ศึกแมนเชสเตอร์ดาร์บี้

เมื่อดูจากตารางคะแนนฟุตบอลพรีเมียร์ลีก  2 ทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ตีคู่กันมาไม่หนห่างกันมาก อยู่ที่ 20 คะแนนและ 19 คะแนนตามลำดับ โดยทีมปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่ที่ 7 ส่วนทีมเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้อยู่ในอันดับที่ 8 

ข่าวฟุตบอลทั่วไป  กีฬาบอลเอซี มิลาน Edit